คำเตือน : ข้อมูลต่อไปนี้ มีลิขสิทธิ์โดย  PuRuShA_RiShI
ซึ่งนำลงไว้เป็นความรู้ในกระดานสนทนามหายาน

ของ http://www.mahathep.com และเว็บเครือข่าย เท่านั้น
บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ,2009, 07:50:46 AM  




พระพุทธเจ้า 3 พระองค์
ในแบบมหายาน (Mahayana - 大乘)
มหายาน – ญี่ปุ่น : 大乗 / เกาหลี : 대승 / สันสกฤต : महायान


ภาพจำลองยาน ในพุทธศาสนา
("แลดูคล้ายมหาเจดีย์ธรรมกาย ของวัดพระธรรมกาย")
คำว่า “ยาน” หรือ พาหนะในพระพุทธศาสนาได้แบ่งออกเป็น 3 (ตามมติฝ่ายมหายาน) คือ

          1. สาวกยาน คือ ยานของพระสาวก ที่มุ่งเพียงอรหัตภูมิ รู้แจ้งในอริยสัจ 4 ด้วยการสดับ และปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน
          2. ปัจเจกยาน คือ ยานของพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้แก่ผู้รู้แจ้งในปฏิจจสมุปบาทด้วยตนเอง แต่ไม่สามารถ หรือ โปรดสัตว์เพื่อแสดงธรรมสั่งสอน เหล่าเวนัยสัตว์ให้บรรลุมรรคผลได้
          3. โพธิสัตวยาน คือ ยานของพระโพธิสัตว์ ซึ่งได้แก่ผู้ที่มีน้ำใจกว้างขวาง ประกอบด้วยพระมหากรุณาแก่สรรพสัตว์ ยังไม่ปรารถนาในอรหัตภูมิ ปัจเจกภูมิ แต่ปรารถนาในพุทธภูมิ เพื่ออยู่โปรดสัตว์ได้กว้างขวางกว่า 2 ยานแรก และเป็นผู้รู้แจ้งในสูญตาธรรม

          เมื่อทราบในยานทั้ง 3 ชนิดแล้ว ก็จะเห็นข้อแตกต่างของยานทั้งสาม โดยสาวกยานกับปัจเจกยานนั้นเปรียบดั่งหีนยาน หรือ ยานอันเล็ก มุ่งเพียงความสำเร็จมรรคผลเป็นพระอรหันต์สิ้นแล้วซึ่งกิเลสเฉพาะตน ไม่มีปณิธานในการโปรดสรรพสัตว์ให้ถึงความหลุดพ้นตามไปด้วย

          ส่วนมหายาน หรือ ยานขนาดใหญ่ นั้นจะมุ่งพุทธภูมิ โดยมีปณิธานจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต และเพื่อขนเหล่าเวนัยสัตว์ให้ข้ามพ้นสาครแห่งทุกข์จนหมดสิ้นทุกชีวิต อีกทั้งสามารถดับทุกข์อันไพศาลของสรรพสัตว์และประกอบประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้ถึงพร้อมอีกด้วย

          นอกจากชื่อว่า “มหายาน” แล้วยังมีชื่ออื่นที่ใช้เรียกนิกายมหายานอีก อาทิเช่น อนุตรยาน (ยานอันสูงส่ง), โพธิสัตวยาน (ยานแห่งพระโพธิสัตว์), พุทธยาน (ยานแห่งพระพุทธเจ้า), เอกยาน (ยานอันเอก)

ตรีกาย

          นิกายมหายานนั้นจะมีแนวความคิดเรื่อง “ตรีกาย” ซึ่งก็คือเรื่องกายทั้ง 3 ของพระพุทธเจ้า อันได้แก่

          - นิรมาณกาย หมายถึง กายที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสังขารของมนุษย์ พระวรกายของพระพุทธเจ้าในแบบนิรมาณกาย ก็คือกายของพระพุทธเจ้าที่ลงมาจุติยังโลกมนุษย์ เพื่อตรัสรู้ แล้วประกาศพระศาสนาแสดงธรรมแก่เหล่าสาวก และเมื่อถึงเวลาก็จะดับขันธปรินิพพาน โดยทิ้งกายเนื้อนั้นให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาของโลก สรุปก็คือ กายอันเป็นขันธ์ 5 มีเนื้อหนังมังสานั่นเอง

          - สัมโภคกาย หมายถึง กายแห่งความบันเทิง มีทรงปรากฏรูปลักษณ์เป็นทิพยภาวะรุ่งเรืองแผ่ซ่านไปทั่วจักรวาล โดยจะปรากฏพระองค์เฉพาะกับเหล่าพระโพธิสัตว์ และพระอรหันต์ทั้งหลาย โดยสัมโภคกายนี้ได้แก่เหล่าพระธยานิพุทธเจ้าที่ปรากฏประทับอยู่ในพุทธเกษตร สรุปก็คือ รูปปราฏของพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้านั่นเอง

          - ธรรมกาย หมายถึง กายแท้จริงของพระพุทธเจ้า อันมีสภาพเป็นสภาวธรรม ไม่ปรากฏรูปลักษณ์ เป็นภาวะว่างเปล่าหรือสูญตา มีฐานะเป็นสภาพสูงสุด คือ หลักแห่งความรู้ ความกรุณา และความสมบูรณ์ สรุปก็คือ พระวรกายของพระพุทธเจ้าอันเป็นทิพยภาวะ มีรัศมีอันรุ่งเรือง

          ส่วนพระพุทธเจ้าที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยในพุทธศาสนาแบบมหายานนั้น จะมีด้วยกัน 3 พระองค์ ซึ่งนิยมประดิษฐานไว้เป็นพระประธานภายในวัด

          พระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์นั้นเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงพระตรีกาย คือ นิรมาณกาย, ธรรมกาย และ สัมโภคกาย ซึ่งชาวจีนมักเรียกว่า เอ้งฮวยซิง – ฮวบฮวงซิง และ ป้ออึ้งซิง

          บ้างก็เชื่อว่าทั้ง 3 พระองค์นั้นเป็นตัวแทนแห่ง พระปัญญาคุณ (มีปัญญารู้แจ้ง ข้ามพ้นซึ่งวัฏสงสาร), พระวิสุทธิคุณ (ความบริสุทธิ์ปราศจากกิเลส) และ พระกรุณาธิคุณ (ความกรุณาโปรดสัตว์โลกให้บรรลุมรรคผล)

          นี่เองจึงเป็นที่มาของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ที่ปรากฏอยู่ตามวัดวาอาราม หรือ อุโบสถของพุทธศาสนานิกายมหายาน อันมีชื่อเรียกพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์นี้ว่า “พระไตรรัตน์” แห่งมหายานนั่นเอง



พระไตรรัตนะพุทธเจ้า (三寳佛)
นิกายสุขาวดี (淨土宗, 净土宗) แบบจีน, ญี่ปุ่น และ กาหลี
ภาษาญี่ปุ่น : 浄土教 / ภาษาเกาหลี : 정토종

          พระธยานิพุทธเจ้าของจีนนั้น โดยทั่วไปจะมี 2 พระองค์ คือ พระอมิตาภะพุทธะ กับ พระไวโรจนะพุทธะ โดยถือว่าเป็นพระพุทธเจ้าสูงสุด ไม่เหมือนอย่างในนิกายวัชรยาน ของเนปาลและธิเบตที่ถือว่าพระธยานิพุทธเจ้าที่สำคัญนั้นมี 5 พระองค์

          แต่ที่เราพบเห็นกันมากในวัดจีนนิกายส่วนใหญ่นั้น เราจะพบเห็นพระธยานิพุทธเจ้า ปรากฏอยู่เพียงพระองค์เดียวอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งพระธยานิพุทธเจ้าที่ปรากฏให้พบเห็นได้บ่อยตามวัดจีนนิกายก็คือ พระอมิตาภะพุทธเจ้านั่นเอง โดยจะมีพระโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ ก็คือ พระอวโลกิเตศวร (ขวา) และพระมหาสถามปราบต์ (ซ้าย) รวมเป็น 3 พระองค์

          เมื่อมีพระอมิตาภะพุทธเจ้าอันถือว่าเป็นพระพุทธเจ้าในรูปธรรมกายแล้ว ก็มีพระศรีศากยมุนี หรือ พระพุทธเจ้าโคตมองค์ปัจจุบันของเรา ซึ่งถือเป็นพระพุทธเจ้าในรูปนิรมาณกาย และมีพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นพระพุทธเจ้าในรูปสัมโภคกาย

          พระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์นี้ เป็นพระไตรรัตนะพุทธเจ้าที่ได้รับนิยมนับถือกันชาวจีน ดังนั้นถ้าเราไปวัดจีนเราจะเห็นพระประธานภายในอุโบสถนั้นจะมีอยู่ 2 แบบ คือ


(聖佛, 大雄)

          1. แบบที่มีพระอมิตาภะพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง แล้วมีพระอวโลกิเตศวรอยู่ทางซ้ายของพระอมิตาพุทธะ มีพระพระมหาสถามปราบต์อยู่ทางขวาของพระอมิตาพุทธะ


(三寶佛)

          2. แบบที่มีพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง แล้วมีพระอมิตาภะพุทธเจ้าอยู่ทางขวามือของพระศรีศากยมุนี มีพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตพุทธเจ้าอยู่ทางซ้ายมือของพระศรีศากยมุนี
 
          ในที่นี้จะขอพูดถึงพระพุทธลักษณะ และ เรื่องราวของพระประธานของพระอุโบสถจีนมหายานในแบบที่ 2 ซึ่งเป็นพระประธานที่รวมพระตรีกายของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ไว้ในอุโบสถเดียวกันก่อนนะครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

เป้นพระที่ดีนัยพระมหาศาสดเอก

#4 By (58.9.42.64|58.9.42.64) on 2015-09-17 20:00

#3 By (124.121.74.175) on 2010-05-24 19:30

big smile open-mounthed smile double wink

#2 By เปิ้ล (124.121.74.175) on 2010-05-24 19:30

นมัสการ ขอบพระคุณที่ให้ความกระจ่างครับผม

#1 By Jack' C Unchai (124.121.93.228) on 2010-03-07 16:57